ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรมของนิคม

 

นิคมสหกรณ์ท่าแซะ จังหวัดชุมพร จัดฝึก

อบรมสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์

พันธุกรรมพืช

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2556

  1. ประวัติโครงการ (ของกรมส่งเสริมสหกรณ)

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)กรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2556

  1. หลักการและเหตุผล

ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสกับ ดร.พิศิษฐ

วรอุไร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2537 ณ อาคารชัยพัฒนา มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า ทรงสังเกตเห็นจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ของประเทศ มีการใช้ไม้ดอกกันมาก และดอกไม้เหล่านั้นมากชนิดต้องซื้อเข้ามาจากต่างประเทศ หากจะมีการปลูกดอกไม้เสียเองในภาคใต้จะเกิดประโยชน์มาก ดร.พิศิษฐ วรอุไร ได้กราบบังคมทูลทรงทราบว่า มีที่ดินของนิคมสหกรณ์อยู่บนเส้นทางหลวงระหว่างสุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาสก เหมาะสำหรับผลิตดอกไม้เมืองหนาว หากแต่ต้องได้รับอนุญาตจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ก่อน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงมีพระราชประสงค์จะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว ดร.พิศิษฐ  วรอุไร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริการขยายพันธุ์ไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้ประสานงานและศึกษาความเป็นไปได้ในที่ดิน 2 แปลง คือ บริเวณคลองหมอกและทุ่งตาหนอน เนื้อที่รวมประมาณ 1,600 ไร่ จากการศึกษาและสำรวจปรากฏว่า ที่ดินบริเวณทุ่งตาหนอนมีความเหมาะสม แต่มีประชาชนได้เข้าไปครอบครองอาศัยอยู่ก่อนตั้งนิคมสหกรณ์พนม บางส่วน คงมีพื้นที่ที่ว่างอยู่จริงที่นิคมสหกรณ์พนม กันไว้ประมาณ 100-200 ไร่ และสำนักงาน กปร. ก็ได้กราบบังคมทูลในเบื้องต้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2537 ว่าการทดลองปลูกไม้ดอกไม้ประดับในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ควรเลือกพื้นที่ดำเนินการทดลองในบริเวณบ้านทุ่งตาหนอนเนื่องจากไม่มีผลกระทบต่อราษฎรในการใช้ที่ดิน ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ไม่ขัดข้องในการที่จะใช้พื้นที่ดำเนินโครงการในการดำเนินกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ในปี 2539-2540 ได้จัดตั้งกลุ่มสมาชิกจากบ้านทุ่งตาหนอน จำนวน 30 ครอบครัว และทางโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เป็นพี่เลี้ยงในด้านวิชาการ จัดหาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ แนะนำวิธีการปลูกและดูแลรักษารวมทั้งขยายตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิต พันธุ์ไม้ที่นำมาให้ทดลองปลูก เช่น กล้วยไม้ตัดดอกลูกผสม มะลิ แกลดิโอลัส ปทุมมา นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมต้นพันธุกรรมพืชที่ได้จากกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมไว้ในพื้นที่ด้วย ปี พ.ศ. 2541 – 2542 ได้เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน โดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มารับดำเนินการเอง และจ้างสมาชิกที่จะทำงานร่วมกับโครงการฯ เป็นรายวัน มีการเพิ่มปริมาณการปลูกและขยายพันธุกรรมพืชให้มากขึ้น ปี พ.ศ. 2543 - 2551 จะเป็นงานดูแลรักษา ขยายพันธุกรรมพืชเพิ่มเติม มีการก่อสร้างอาคารบ้านพักในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งในการดำเนินงานจะมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาเป็นหน่วยงานหลัก โดยมีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ เป็นที่ปรึกษา และมีส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมในการดำเนินกิจกรรมของโครงการฯ แต่การดำเนินกิจกรรมไม่ประสบความสำร็จเท่าที่ควร ในปี พ.ศ. 2552 – 2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ เป็นที่ปรึกษา ได้มีการจัดทำผังและแบ่งพื้นที่ให้แต่ละส่วนราชการรับผิดชอบในแต่ละแลงปลูกพืชที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งได้ก่อสร้างโรงเรือนเพาะพันธุ์กล้าไม้ ก่อสร้างถนนและฝายกั้นน้ำขนาดเล็กภายในบริเวณโครงการฯ โดยนิคมสหกรณ์พนมได้รับมอบที่ดินแปลงที่ 5 ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับมอบหมายให้ปลูกพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ และการดำเนินกิจกรรมตามโครงการพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ เพื่อสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และช่วงเวลาเดียวกันกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนให้มีการบูรณาการดำเนินงานโครงการฯ ในพื้นที่ร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัด อีก 1 แห่ง รวม 2 แห่ง  ในปี 2555 คณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ กรมส่งเสริมสหกรณ์ (อพ.สธ.-กสส.) อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประโนกรรมการ มีมติ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ให้ดำเนินงานโครงการเพื่อสนองพระราชดำริฯ เพิ่มในพื้นที่นิคมสหกรณ์ โดยทำแปลงสาธิตโครงการฯ แห่งละไม่น้อยกว่า 2 ไร่ ในปี 2555 จำนวน 10 แห่ง 10 จังหวัด รวมเป็น 12 แห่ง และในปี 2556 ให้ดำเนินการเพิ่มใน 10 นิคมสหกรณ์ ดังนั้น ในปี 2556 กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะมีพื้นที่ดำเนินงานโครงการฯ สนองพระราชดำริฯ รวม 22 แห่ง

  1. วัตถุประสงค์

   3.1 เพื่อสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ในท้องถิ่น โดยการรวบรวมปลูกอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

  3.2 เพื่อส่งเสริมอาชีพของสมาชิก โดยส่งเสริมการปลูก และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช เช่น สมุนไพรเครื่องเทศ พืชอาหาร ไม้ร่มเงา และไม้ใช้สอย รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยจัดการในรูปแบบการสหกรณ์

  1. เป้าหมายดำเนินการ

 กลุ่มอาชีพ/กลุ่มเกษตรกร ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่โครงการ ในเขตนิคมสหกรณ์ 11 แห่ง 1 จังหวัดและที่จังหวัดนครสวรรค์ 1 แห่ง รวม 12 แห่ง 12 จังหวัด

 1) พื้นที่ดำเนินการบูรณาการกับจังหวัดในปี 2555 ต่อเนืองจากปีก่อน ๆ คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่นิคมสหกรณ์พนม และจังหวัดนครสวรรค์

 2) พื้นที่จะดำเนินการเพิ่มเติมโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในปี 2555 จำนวน 10 แห่ง คือ

                    - นิคมสหกรณ์บาเจาะ     อำเภอบาเจาะ   จังหวัดนราธิวาส

                   - นิคมสหกรณ์พร้าว อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

                   - นิคมสหกรณ์เชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

                   - นิคมสหกรณ์แม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

                   - นิคมสหกรณ์พิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

                   - นิคมสหกรณ์คีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

                   - นิคมสหกรณ์กบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

                   - นิคมสหกรณ์โป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

                   - นิคมสหกรณ์พนา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ

                   - นิคมสหกรณ์อ่าวลึก อำเภอแปลายพระยา จังหวัดกระบี่

          ปี 2556 เพิ่มอีก 10 แห่ง คือ

                   - นิคมสหกรณ์นครชุม อำเภอนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร

                   - นิคมสหกรณ์หลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

                   - นิคมสหกรณ์แม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

                   - นิคมสหกรณ์ท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

                   - นิคมสหกรณ์ดงเย็น อำเภอดงเย็น จังหวัดมุกดาหาร

                   - นิคมสหกรณ์ชะแวะ อำเภอชะแวะ จังหวัดระยอง

                   - นิคมสหกรณ์ห้างฉัตร อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

                   - นิคมสหกรณ์สระแก้ว อำเภอสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

                   - นิคมสหกรณ์ฟากท่า อำเภอฟากท่อ จังหวัดอุตรดิตถ์

  1. กิจกรรมดำเนินงาน

          4.1 แนะนำ ส่งเสริมความรู้ หลักการ อุดมการณ์ วิธีการสหกรณ์ และการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ในท้องถิ่น โดยการรวบรวม ปลูก อนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

          4.2 แนะนำ ส่งเสริมเกี่ยวกับการดำเนินงาน การบริหารจัดการกลุ่ม

          4.3 ประชุม ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          4.4 ศึกษา วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ประเด็นปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข

  1. หน่วยงานรับผิดชอบ

   กองแผนงาน สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในพื้นที่โครงการ

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 กลุ่มของเกษตรกร/กลุ่มอาชีพ ในโครงการสามารถดำเนินการ และมีกิจกรรมทั้งในด้านส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิกในพื้นที่โครงการฯ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชในท้องถิ่น มีรายได้เสริมจากการใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช เช่น สมุนไพรต่าง ๆ