ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรมของนิคม

 

 

แผนภาพการเชื่อมโยงงานตามนโยบาย

ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์

แผนภาพการเชื่อมโยงงานตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แนวคิด “การยกกระดาษ A4” ได้กำหนดเป้าหมายปลายทาง คือ ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ให้ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการวางแผนจากปลายทางมายังจุดเริ่มต้นว่า จะต้องทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ดังกล่าว นั่นคือจะต้องทำให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพ ลดต้นทุนให้ได้20% และเพิ่มผลผลิต 20% ซึ่งก็คือการดำเนินงาน ตามนโยบายกระทรวงเกษตร ที่ได้กำหนดในปี 2559 และต่อเนื่องปี2560 สามารถแบ่งเป็น 9 เรื่อง คือ ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร แปลง ใหญ่ Zoning by Agri-Map มาตรฐานสินค้าเกษตร GAP อินทรีย์เกษตรทฤษฎีใหม่/ผสมผสาน ธนาคารสินค้าเกษตร แผนผลิตข้าวครบวงจร การจัดที่ดินทำกินของ ส.ป.ก. และระบบส่งน้ำ/กระจายน้ำ นโยบายทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนโดย อาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย สามารถอธิบายเชื่อมโยงดังนี้ใช้ ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ( ศพก.) เป็นสถานที่เรียนรู้นำไปสู่การผลิตร่วมกันแบบแปลงใหญ่ หากพื้นที่ที่ เกษตรกรทำการผลิตอยู่ในปัจจุบันไม่เหมาะสม จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปสู่สินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าโดยอาศัย Agri-Map เป็นเครื่องมือ เกษตรกรต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน GAP หรือพัฒนาสู่เกษตรอินทรีย์ ในขณะเดียวกันจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรให้พออยู่พอกิน จะต้องทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน ควบคู่กันไป การทำเรื่องธนาคารสินค้าเกษตร ธนาคารเมล็ดพันธุ์การสร้างยุ้งฉางเพื่อให้เกษตรกรมีที่เก็บที่ฝากสินค้า โดยไม่ต้องเร่งขาย โดยสินค้าหลักคือ ข้าว ต้องดำเนินการผลิตตามแผนข้าวครบวงจร การทำการเกษตรจะต้องมีระบบ ส่งน้ำและกระจายน้ำให้ทั่วถึง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต รวมถึงเกษตรกรที่ไม่มีที่ทำกิน จะต้องเร่งรัดการจัดสรรที่ดิน ของ ส.ป.ก. ทั้งพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ได้รับจากกรมป่าไม้ที่ดินที่ยึดคืนตาม ม.44 และที่ดินเอกชนที่จะให้เกษตรกรเข้า ทำกินตามแนวทางประชารัฐ เป็นการร้อยเรียงให้เห็นความเชื่อมโยงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการร่วมกันยกกระดาษ A4 ใครทำ จะต้องพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer เพื่อให้สามารถนำ นโยบายและเทคโนโลยีไปปฏิบัติในแปลงของตนเอง โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ( ศพก.) เป็นจุดเรียนรู้ดังนั้น ภาครัฐต้องพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ให้ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง และพัฒนา ไปสู่การดำเนินธุรกิจโดยเกษตรกร จะต้องยกระดับคุณภาพของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ต้อง พัฒนาให้เป็น Smart Officer มีความรู้ความสามารถในงานที่ทำ และอาศัยระบบสั่งการแบบ single command เพื่อ บูรณาการในลักษณะ Agenda และ Area การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น จะต้องอาศัยตัวช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ โดยตรง เช่น การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อาทิ ยุ้งฉาง ลานตาก โรงสี รวมทั้งการจัดให้มี ตลาดสินค้าเกษตร เป็นต้น รวมทั้งอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนในรูปแบบประชารัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ