ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรมของนิคม

 

 

 

 

 

 

 

โครงการเษตรแปลงใหญ่ในพื้นที

นิคมสหกรณ์ท่าแซะ

 

แนวทางการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 1. หลักการและเหตุผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาของกระทรวง (Road map) ซึ่งมีโครงการที่สำคัญ คือการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร ด้านสินค้าพืช ปศุสัตว์ และประมง ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (พลเอก ฉัตรชัย สาริกลยะ) ได้มอบนโยบาย เมื่อวันที่ 26 สิงหำคม 2558 เน้นให้ความสำคัญในเรื่องการลด ต้นทุนการผลิต โดยการรวมแปลงการผลิตของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่จะก่อให้เกิดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตตามที่กำหนด และสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้ำเกษตร ทั้งนี้การปรับ โครงสร้างสินค้ำที่สำคัญดังกล่าว จะต้องทำการผลิตในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ ประกาศเขตพื้นที่เหมาะสมสำหรับ การผลิตสินค้ำ 20 ชนิดไว้แล้ว โดยมีหลักการ คือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด มีการผลิตร่วมกันเป็นกลุ่มและมีการเชื่อมโยงกับตลาดเพื่อบริหารจัดการให้เกิดสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ ของสินค้ำ แก้ปัญหาเรื่องสินค้าล้นตลาดและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างภาคการเกษตรของไทย เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย มีพื้นที่ถือครอง ทางการเกษตรขนาดเล็ก และเป็นการผลิตที่มีลักษณะต่างคนต่างทำ การดำเนินการลักษณะดังกล่าวทำให้ภาคเกษตรต้อง เผชิญกับปัญหาและข้อจำกัดต่ำงๆ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร เช่น ปัญหาด้านต้นทุนการผลิต ได้แก่ ค่าพันธุ์ ค่าปัจจัยการผลิตต่ำงๆ ค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลการเกษตร และค่าจ้างแรงงานด้านการเกษตร รวมทั้ง ปัญหาการขาดอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิต (Production Process) การจัดกาห่วง โซ่อุปทาน (Supply Chain)และปัญหาด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ยังไม่เข้าถึงตัวเกษตรกรได้เท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดดังกล่าว จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิต และการบริหาร จัดการร่วมกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจต้องดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ต้องให้การสนับสนุนและส่งเสริม การผลิตสินค้ำเกษตรของเกษตรกรให้มีคุณภาพได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มขีดความสำมารถในการแข่งขันของสินค้ำเกษตร และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร จึงได้กำหนดระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่มีกำรบริหารจัดการร่วมกัน ให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิตเพื่อร่วมกันจัดหำปัจจัยการผลิตที่มี คุณภาพ ราคาเป็นธรรมเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการจัดการด้านการตลาดโดยหน่วยงานภาครัฐ ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก 2. วัตถุประสงค์ 1).เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรวมกันผลิตและ รวมกันจำหน่าย โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน 2) เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้ มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 3. เป้าหมาย มีเป้าหมายในกำรด ดำเนินงานทั้งหมด จำนวน 268 แปลง ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนา การเกษตรและ สหกรณ์ของจังหวัดได้คัดเลือกแบ่งได้ ดังนี้ 1. แปลงต้นแบบจังหวัดละ 1 แปลง รวมทั้งหมด 76 แปลง เพื่อพัฒนำเป็นต้นแบบของระบบส่งเสริม การเกษตรแบบแปลงใหญ่ในการผลิตสินค้ำเกษตร 2. แปลงทั่วไป จำนวน 192 แปลง 3. แปลงใหม่ สำหรับพื้นที่ที่มีความพร้อมในการเพิ่มจำนวนแปลงใหม่ 10% 3 4. ระยะเวลาดำเนินการ 4.1 แปลงต้นแบบ กันยายน 2558 – ธันวาคม 2559 4.2 แปลงทั่วไป กันยายน 2558 – ธันวาคม 2559 4.3 แปลงใหม่ ตุลาคม 2559 – ธันวาคม 2560 5. งบประมาณ ใช้งบปกติที่ได้รับการจัดสรรและการเจียดจ่ายงบประมาณจากโครงการ/กิจกรรมอื่นของหน่วยงานรวมทั้งงบสนับสนุนจากแหล่งเงินทุนอื่นๆ 6. กลไกการขับเคลื่อน การขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ใช้กลไกของคณะอนุกรรมการ พัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ในการบูรณาการการทางานระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดแต่งตั้งทีมงานเพื่อสนับสนุนและร่วมกันขับเคลื่อน จำนวน 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ทีมผู้จัดการแปลง และส่วนที่ 2 ทีมสนับสนุนการดำเนินการ ประกอบด้วย 3 ทีม ได้แก่ ทีมตลาด ทีมลดต้นทุนการผลิต และทีมบริหารจัดการ ทั้งนี้การปฏิบัติงานต้องอยู่ภายใต้การประสานงานกับ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command)มีภารกิจดำเนินการดังนี้ 6 1 ทีมผู้จัดการแปลง ผู้จัดการแปลงที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ของจังหวัด อาทิ เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ประมงอำเภอ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เจ้าหน้าที่ของ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน เป็นต้น ซึ่งทีมผู้จัดการแปลง นอกจากมีผู้จัดการแปลงตามที่กล่าวมา จะมีผู้ช่วยผู้จัดการแปลงที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้นำในแปลงใหญ่ที่ผู้จัดการแปลงและเกษตรกรสมาชิก แปลงใหญ่ร่วมกันคัดเลือกมา บทบาทความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) จัดทำแผนพัฒนาแปลงใหญ่ โดยผู้จัดการแปลง ผู้ช่วยผู้จัดการแปลงร่วมกับเกษตรกรสมาชิก ทั้งหมดของแปลงกับทีมสนับสนุน 3 ทีม และภาคีที่สนับสนุนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ร่วมกันจัดเก็บ/วิเคราะห์ข้อมูล กำหนดเป้าหมาย แนวทางและแผนการพัฒนาให้ชัดเจน รวมถึงวางแผนปฏิบัติในการ ดำเนินงานแปลงใหญ่ ทั้งนี้แผนจะต้องประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่แผนลดต้นทุนการผลิต แผนเพิ่มผลผลิต แผนการ บริหารจัดการ แผนการตลาด 2) ประชำสัมพันธ์และชี้แจงแผนการพัฒนาแปลงใหญ่ให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทราบถึงแผนพัฒนา และแผนปฏิบัติการแปลงใหญ่ 3) ปฏิบัติ ติดตามและควบคุม การดำเนินงานร่วมกับทีมสนับสนุนอีก 3 ทีม ให้มีการดำเนินงาน ระบบส่งเสริมการผลิตแบบแปลงใหญ่ตามแผนในข้อ 1) 4) แก้ไขปัญหา/อุปสรรคจากการดำเนินงาน 5) จัดส่งแผนการพัฒนา และแผนปฏิบัติงานเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ของจังหวัด 4 6.2 ส่วนสนับสนุนการดำเนินงาน ประกอบด้วย 3 ทีม ดังนี้ 6.2.1 ทีมตลาด - ส านักงานสหกรณ์จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับทีมเศรษฐกิจจังหวัดของภาคเอกชน (สภา หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สมาคมธนาคารจังหวัด) สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัด บทบาทความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ร่วมกับทีมงานอื่นอีก 3 ทีม ในการวิเคราะห์เป้าหมาย วางแผนพัฒนาแปลงใหญ่และจัดทำ แผนปฏิบัติงานในกำรดำเนินงำนของแปลงใหญ่ บูรณการการทำงานร่วมกันของทีมงานทั้ง ๔ ทีม และภาคีที่ เกี่ยวข้อง ตลอดห่วงโซ่อุปทำนของสินค้ำเกษตรในแปลงใหญ่ 2) สนับสนุนกำรดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงำนของแปลงใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการตลาดเพื่อให้ การผลิตในแปลงใหญ่สามารถเชื่อมโยงถึงการตลาด เช่น การสำรวจความต้องการของตลาด ข้อมูลภาพรวมของสินค้าที่ ผลิต ร่วมจัดทำแผนการตลาด/การซื้อขาย การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การ เพิ่มมูลค่ำของสินค้ำ เป็นต้น 3) สนับสนุนอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดมอบหมาย 6.2.2 ทีมลดต้นทุนการผลิต - ส านักงานเกษตรจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต เช่น สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานสหกรณ์จังหวัด สถานีพัฒนา ที่ดินจังหวัด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด และหน่วยงานสังกัดกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมหม่อนไหม ที่รับผิดชอบในจังหวัดนั้นๆ บทบาทความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ร่วมกับทีมงานอื่นอีก 3 ทีม ในกำรวิเคราะห์เป้าหมาย วางแผนพัฒนาแปลงใหญ่และแผนปฏิบัติ งานในการดำเนินงำนของแปลงใหญ่ บูรณการการทำงานร่วมกันของทีมงานทั้ง ๔ ทีม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ตลอด ห่วงโซ่อุปทำนของสินค้ำเกษตรในแปลงใหญ่ 2) สนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงำนของแปลงใหญ่ ในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพื่อให้การดำเนินงานของแปลงใหญ่บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาด้านการลดต้นทุน และ การเพิ่มผลผลิตสินค้ำเกษตร เช่น การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในด้านพันธุ์ การจัดการดิน ปุ๋ย ศัตรูพืช (สัตว์ และประมง) เครื่องจักรกล แหล่งน้ำ กาพัฒนาคุณภาพสินค้ำการเกษตรให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการ ประสานงานลดค่าใช้จ่ายด้านปัจจัยการผลิต (ค่าเช่าที่ดิน ค่าพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าอาหาร ค่าสารเคมี) เป็นต้น 3) ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ในการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรสมาชิกตามแผนปฏิบัติการแปลง ใหญ่ 4) สนับสนุนอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดมอบหมาย 6.2.3 ทีมบริหารจัดการ - ส านักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก บริหารจัดการร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัด สำนักงานสหกรณ์จังหวัด สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด และหน่วยงานภาคีการพัฒนาอื่นๆ รวมถึง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในพื้นที่ (12 สศท.) บทบาทความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้ง ๔ ทีม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในกำรวิเคราะห์เป้าหมาย และ วางแผนเพื่อพัฒนาแปลงใหญ่ ตลอดห่วงโซ่อุปทานของสินค้ำเกษตรในแปลงใหญ่ 2) จัดทำแผนที่รายแปลง 5 3) สร้างและพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้จัดการแปลงและผู้ช่วยผู้จัดการแปลง รวมถึง การรวมกลุ่มและการสร้างเข้มแข็งของเกษตรกร 4) ประสานส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประสานแหล่งทุน การจัดหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำการให้ความรู้ด้านบัญชีต้นทุนอาชีพรายแปลง เป็นต้น 5) ติดตามประสานการแก้ไขปัญหา ทบทวนแนวทางและแผนปฏิบัติงำนของแปลงใหญ่ 6) ประเมินผลสำเร็จของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ๗) สนับสนุนอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด มอบหมาย 7. วิธีการดำเนินงาน ในการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แบ่งออกเป็น ๔ ขั้นตอน คือ การเตรียมการ การพัฒนาผู้จัดการแปลง/พัฒนาเกษตรกร การดำเนินการ และ การประชำสัมพันธ์ ติดตามและประเมินผล มีวิธีการ ดำเนินงาน ดังนี้ 7.1 การเตรียมการ ๗.๑.๑ การจัดตั้งทีมงาน คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ประสานกับคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) แต่งตั้งทีมงานเพื่อสนับสนุนและร่วมกันขับเคลื่อน การดำเนินงาน จำนวน ๔ ทีม คือ ทีมผู้จัดการแปลง ทีมตลาด ทีมลดต้นทุนการผลิต และทีมบริหารจัดการ ๗.๑.๒ การสร้างการรับรู้ ๑) คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) จัดการประชุมชี้แจงการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทีมงาน ทั้ง ๔ ทีม ๒) ทีมผู้จัดการแปลง ประชำสัมพันธ์และชี้แจงให้เกษตรกรในพื้นที่เห็นถึงประโยชน์ และความสำคัญ ของระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ๗.๑.๓ การรวมกลุ่มเกษตรกร ๑) ทีมผู้จัดการแปลง รวมเกษตรกรเข้าร่วมเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ ๒) ทีมผู้จัดการแปลง หาสถานที่เป็นศูนย์กลางของแปลงในการประชุม พบปะ หารือ ๗.๑.๔.การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย และจัดทำแผนที่รายแปลง ๑)คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) ร่วมกันวิเคราะห์และกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่จะ ดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ ๑.๑) เป็นการรวมแปลงผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน แปลงไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ติดกันเป็นผืน เดียว แต่ควรอยู่ภายในชุมชนที่ใกล้เคียงกัน สินค้ำควรเป็นสินค้ำหลักของเกษตรกร พื้นที่มีความเหมาะสม และมี ศักยภาพที่จะพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ ๑.๒) เกษตรกรมีความต้องการ และพร้อมที่จะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน โดย การมีส่วนร่วมตลอดกระบวนกาพัฒนา 6 ๑.๓)ขนาดพื้นที่ดำเนินการ - พืชไร่ ปาล์มน้ามัน ยางพารา และข้าว มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 1,000 ไร่ ขึ้นไป และเกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 50 รายขึ้นไป - ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ หรือพืชอื่น ๆ มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 300 ไร่ ขึ้นไป หรือ เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 50 รายขึ้นไป - ประมงและปศุสัตว์ ควรมีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 300 ไร่หรือหน่วยขึ้นไป (สินค้ำปศุสัตว์ ให้คิด เป็นหน่วยปศุสัตว์ โค ๑ ตัว เท่ากับ ๐.๖๕ หน่วย กระบือ 1 ตัว เท่ากับ ๐.๗๐ หน่วย แพะ-แกะ ๑ ตัว เท่ากับ ๐.๑๐ หน่วย สัตว์ปีก ๑ ตัว เท่ากับ ๐.๐๑ หน่วย) ๒) การจัดทำแผนที่รายแปลง โดยทีมบริหารจัดการประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ ที่มีขีด ความสามารถในการทำแผนที่ในรูปแบบ Digital file เช่น พัฒนาที่ดินจังหวัด ชลประทานจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัด เป็นต้น ร่วมกับทีมผู้จัดการแปลง เพื่อกำหนดขอบเขตของพื้นที่ส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ลงในแผนที่ขนาด 1:4000 มีขั้นตอน ดังนี้ 2.1) จัดทำข้อมูลขอบเขตพื้นที่แปลงใหญ่ 2.2) จัดทำแผนที่แปลงย่อยของเกษตรกรเป็นรายแปลงและสอบทานแก้ไขตามข้อเท็จจริง โดยทำประชาคมร่วมกับเกษตรกรเจ้าของแปลงในพื้นที่แปลงใหญ่ 2.3)ตรวจสอบแผนที่ความเหมาะสมของชุดดิน (Suitability) กับพื้นที่ปลูกจริงของเกษตรกร (Existing) เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมกับพืช ในกรณีที่พื้นที่แปลงใหญ่อยู่ในเขตชลประทานให้ส่งข้อมูลขอบเขตพื้นที่ แปลงใหญ่ให้ชลประทานจังหวัด นำไปใช้ในการวางแผนการส่งน้ำให้เกษตรกร 7.1.5 การจัดทำข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลเกษตรกรรายแปลง 1) ทีมผู้จัดการแปลงร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในพื้นที่ (12 สศท.) จัดทำข้อมูลรายแปลง ของเกษตรกรที่เข้าร่วม เป็นรายครัวเรือน ประกอบด้วยชื่อ –สกุลของเกษตรกร หมายเลขประจำตัวประชำชน 13 หลัก จำนวนสมาชิกในครัวเรือน ลักษณะการประกอบอำชีพ การถือครองที่ดินของครัวเรือน/กรรมสิทธิ์ในที่ดิน รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย ต่อปีเป็นต้น 2) ทีมงานทั้ง 4 ทีมและเกษตรกรร่วมกันวิเคราะห์สภาพพื้นฐานการผลิต และการตลาด ก่อนเข้าร่วมระบบ ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ได้แก่ ปริมาณผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ คุณภาพผลผลิต ต้นทุนต่อหน่วย ต้นทุนการผลิตแยก ตามรายการที่สำคัญ รายได้ รายได้สุทธิสภาพทางกายภาพ ชีวภาพ ความเหมาะสม การปลูกพืช แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร แหล่ง จำหน่าย ฯลฯ ของเกษตรกรสมาชิก เพื่อให้มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับใช้เปรียบเทียบกับหลังเข้าร่วมระบบส่งเสริมการเกษตรแบบ แปลงใหญ่ และใช้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา และจัดทำแผนการพัฒนา โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 เป็นที่ ปรึกษาโดยมีขั้นตอน ดังนี้ 2.1) สำรวจข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เกษตรกรที่เข้าร่วมระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลง ใหญ่ ปี 2559 โดยเป็นข้อมูลของกิจกรรมก่อนเข้าร่วมระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งการสำรวจภาวะ เศรษฐกิจการเกษตร หมายถึงการสำรวจรายได้-รายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการผลิตในพื้นที่แปลงใหญ่ ระหว่างเวลาที่กำหนด 2.2) ประมวลผล โดยนำข้อมูลที่ได้จากข้อ 2.1) มาบันทึกลงในตารางบันทึกข้อมูลการสำรวจ ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเป็นการประมวลผลในภาพรวมก่อนเข้าร่วมระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2559 7 2.3) จัดทำตารางวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน โดยนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผล ข้อ 2.2) มาบันทึกในตำรางวิเคราะห์ เป็นภาพรวมข้อมูลพื้นฐานรายแปลงใหญ่ 7.1.6 การคัดเลือกแปลงต้นแบบ ทีมบริหารจัดการ คัดเลือกแปลงต้นแบบ จังหวัดละ 1 แปลง เสนอผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตร และสหกรณ์ของจังหวัด เสนอต่อสศก 7.1.6 การบูรณาการกิจกรรมและงบประมาณ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) บูรณการกิจกรรม และงบประมาณจากหน่วยงานต่ำงๆ มาสนับสนุนการดำเนินการแปลงใหญ่ 7.2 การพัฒนาผู้จัดการแปลง/พัฒนาเกษตรกร 7.2.1 กรมส่งเสริมการเกษตร จัดอบรมเพื่อพัฒนาผู้จัดการแปลง 7.2.2 ทีมผู้จัดการแปลงร่วมกับทีมสนับสนุนอีก 3 ทีมถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ เพื่อพัฒนาในด้าน การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โซนนิ่ง การพัฒนาคุณภาพ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตร ผสมผสาน การตลาด กำรทำบัญชีต้นทุนอำชีพ ฯลฯ 7.3 การดำเนินการ 7.3.1 การกำหนดเป้าหมาย ทีมผู้จัดการแปลง ร่วมกับทีมสนับสนุนอีก 3 ทีม และเกษตรกร ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดเป้าหมาย การพัฒนาในเรื่อง การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การเพิ่มของรายได้ การเพิ่มคุณภาพผลผลิต การเพิ่มแหล่ง จำหน่าย การลดความเสี่ยงด้านรำคำสินค้ำเกษตรตกต่ำ ฯลฯ 7.3.2 การทำแผนปฏิบัติการ 1) ทีมผู้จัดการแปลง ร่วมกับทีมสนับสนุนอีก 3 ทีม และเกษตรกร จัดการประชุมเพื่อวางแผน ในเรื่อง การลดค่ำใช้จ่ายปัจจัยการผลิต การเพิ่มผลผลิต กำรบริหารจัดการ และการตลาด 2) คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการดำเนินการต่ำงๆในการสนับสนุนเกษตรกรตามแผนที่ได้วางไว้ 7.3.3 การปฏิบัติงานตามแผน 1) หน่วยงานต่ำงๆในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานตามแผนที่กำหนด ภายใต้การสนับสนุนของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) และคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด 2) ทีมทำงานทั้ง 4 ทีมและเกษตรกรสมาชิก ปฏิบัติงานตามแผน 7.4 การประชาสัมพันธ์ ติดตาม และประเมินผล 7.4.1 การประชำสัมพันธ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) จัดการประชำสัมพันธ์การดำเนินงาน 8 7.4.2 การรายงาน 1) เกษตรและสหกรณ์จังหวัดรวบรวมและรายงาน ตามแบบฟอร์มที่ 1 ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command)ต่อเลขานุการคณะทำงานฯ (กรมส่งเสริม การเกษตร) ทุกเดือน โดยตัดยอดข้อมูล ณ วันที่ 25 ของเดือน และส่งรายงานภายในวันที่ 3 ของเดือนถัดไป 2) เลขานุการคณะทำงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (กรมส่งเสริมการเกษตร) รวบรวม และสรุปรายงาน ตามแบบฟอร์มที่ 2 รายงานต่อศูนย์ประเมินผล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ทุกเดือน และส่ง รายงานภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เริ่มรายงานเดือนกุมภาพันธ์ 2559 3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวบรวมและรายงานต่อปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน ฐานะประธานคณะกรรมกำรบริหารและกำกับการขับเคลื่อนงานตำมนโยบายรัฐมนตรีว่ากำรกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ตามแบบฟอร์มที่ 3 รายไตรมาส หรือตามสถานการณ์เร่งด่วน 4) หน่วยงานราชการต้นสังกัดที่รับผิดชอบสรุปรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานรายไตรมาส และจัดส่งให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นรายไตรมาส ภายในวันที่ 5 ของสิ้นไตรมาสที่ 2 7.4.3 การติดตาม 1) ผู้ตรวจราชกำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดตามนิเทศตามระบบของผู้ตรวจราชการ 2) ทีมส่วนกลางของหน่วยงานเจ้าภาพแปลง คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) วางแผนการติดตาม ให้คำแนะนำ และดำเนินการตามแผน 7.4.4 การประเมินผล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเมินผลระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งผลการประเมินจะใช้ในการ พิจารณาตัดสินใจ ปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน หรือยุติ/ขยายผล ต่อไป โดยจำนวนครั้งและช่วงเวลาการประเมินผล ทำการประเมินผล 2 ครั้งต่อปี ดังนี้ ครั้งที่ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเดือนเมษายน 2559 และจัดส่งรายงานผลการประเมินผล ภายในเดือน พฤษภาคม 2559 ครั้งที่ 2 เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเดือนมิถุนายน 2559 และจัดส่งรายงานผลการประเมินผล ภายในเดือน กรกฎาคม 2559 8. การประกวด (เฉพาะแปลงต้นแบบ) รายละเอียดตามคู่มือการประกวด